Refund Japanตรวจสอบล่าสุด: 6 กันยายน 2569ระบบใหม่เริ่ม 1 พฤศจิกายน 2569 · อีก 40 วัน6 เรื่องที่ทางการยังไม่ประกาศ

หน้านี้เขียนสำหรับนักเดินทางชาวไทยที่จะไปญี่ปุ่น

สิ่งที่คุณซื้อ

คืนภาษีญี่ปุ่น 2026: ซื้อนาฬิกา 1,000,000 เยนขึ้นไป เส้นนี้มีผลอย่างไร?

สิ่งที่ประกาศไว้คือการซื้อตั้งแต่ 1,000,000 เยนขึ้นไปต้องลงทะเบียนข้อมูลที่ระบุตัวสินค้าได้ เช่น หมายเลขเครื่อง ตั้งแต่ตอนที่ซื้อ และตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 ภาษีจะกลับมาหลังการตรวจยืนยันตอนเดินทางออก ดังนั้นสิ่งที่เปลี่ยนในวันที่ซื้อนาฬิกาคือความยาวของการจ่ายเงิน ไม่ใช่สิทธิ์คืนภาษี

ตรวจสอบล่าสุด: 20 กันยายน 2569อ่าน 40 นาทีทุกตัวเลขอ้างอิงแหล่งข้อมูลต้นทาง

  • 5,000 เยนยอดขั้นต่ำก่อนภาษี ต่อร้าน ต่อวัน
  • 1 พ.ย. 2026ระบบใหม่เริ่มใช้ ไม่มีช่วงเปลี่ยนผ่าน
  • 1 / 11ของราคารวมภาษี คือเพดานเงินที่ได้คืน
  • 90 วันต้องออกจากญี่ปุ่นพร้อมของที่ซื้อ

เส้นที่ประกาศไว้เขียนว่า การซื้อที่ถึง 1,000,000 เยนขึ้นไปต้องลงทะเบียนข้อมูลที่ระบุตัวสินค้าได้ เช่น หมายเลขเครื่อง ตั้งแต่ตอนที่ซื้อ — สำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (ตรวจสอบเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026)

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 ขั้นตอนลงทะเบียนนี้จะไปอยู่ในการจ่ายเงินที่ยาวกว่าเดิม และภาษีจะกลับมาถึงมือผู้ซื้อหลังการตรวจยืนยันตอนเดินทางออก

เส้นนี้ไม่ได้ทำให้นาฬิกาเรือนนั้นหมดสิทธิ์คืนภาษี สิ่งที่ถูกเปลี่ยนคือเวลาที่ต้องใช้ตรงหน้าแคชเชียร์

นาฬิกาเป็นสินค้ากลุ่มที่คนซื้อแทบไม่ต้องห่วงว่าจะถึงขั้นต่ำหรือไม่ เรื่องที่ต้องจับตาอยู่ที่ปลายอีกด้านหนึ่งของราคา

ส่วนที่ว่าเส้นนี้อ่านต่อสินค้าหนึ่งชิ้นหรืออ่านจากยอดรวมของวันนั้น ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ

พอถึงราคาระดับนี้ ที่แคชเชียร์มีอะไรเพิ่มขึ้นมาบ้าง?

การลงทะเบียนทำตอนที่คุณซื้อ ไม่ใช่ตามไปทำทีหลัง ร้านจะบันทึกข้อมูลที่ระบุตัวสินค้าได้เหล่านั้นไปพร้อมกับการซื้อ ผูกไว้กับเล่มพาสปอร์ตที่คุณยื่นตรงนั้น เอกสารทั้งหมดจึงเดินจบในขณะที่คุณยืนรออยู่

สิ่งที่ต้องเตรียมคือการจ่ายเงินที่ยาวขึ้น ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ต่างออกไป กำหนดเวลา สัดส่วนที่ได้คืน และขอบเขตของสิ่งที่ทำได้ ไม่ได้ถูกเขียนใหม่เพราะของชิ้นนี้ราคาสูง

รู้แค่นี้ก็พอให้คุณไม่ต้องลังเลกลางคันว่าจะไปต่อไหม เหลือแค่เผื่อเวลาไว้ให้พอ

ทำไมของราคาสูงต้องเผื่อเวลามากขึ้นหลังวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026?

เพราะเงินจะเดินเป็นสองจังหวะ คุณจ่ายราคารวมภาษีเต็มจำนวนที่แคชเชียร์ แล้วภาษีจึงกลับมาหลังจากศุลกากรตรวจยืนยันการซื้อนั้นตอนเดินทางออก — กรมศุลกากรญี่ปุ่น (ตรวจสอบเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026)

บนการซื้อก้อนใหญ่ ช่องว่างตรงนั้นคือเงินก้อนที่ใหญ่ที่สุดที่ค้างอยู่บนบัตรของคุณตลอดทริป และสิ่งเดียวที่ปิดมันได้คือการตรวจยืนยันครั้งนั้น

ของแพงจึงต้องเผื่อเวลา ไม่ใช่เพราะกฎเข้มกับมันเป็นพิเศษ แต่เพราะมีทางอีกช่วงหนึ่งที่คุณต้องเดินเอง

หลังวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 อะไรที่เกี่ยวกับเส้นนี้เปลี่ยนไปบ้าง?

  • ภาษีจะไม่ถูกหักที่แคชเชียร์อีกต่อไป แต่จะกลับมาถึงมือผู้ซื้อหลังการตรวจยืนยันตอนเดินทางออก
  • การแยกสินค้าทั่วไปกับสินค้าสิ้นเปลืองจะถูกยกเลิก นาฬิกากับของอย่างอื่นในร้านเดียวกันวันเดียวกันจึงถูกอ่านเป็นยอดรวมก้อนเดียว
  • เพดานรายวันที่เคยมีสำหรับสินค้าสิ้นเปลืองจะถูกยกเลิก ข้อนี้ไม่เคยเกี่ยวกับนาฬิกาอยู่แล้ว แต่เป็นต้นทางของความเข้าใจผิดมาตลอด

ขั้นตอนที่ต้องแยกของออกตามประเภทจึงหายไป เหลือสิ่งที่ต้องอ่านเพียงร้าน วันที่ และตัวผู้ซื้อ

ซื้อนาฬิกาแล้ว ข้อไหนที่ไม่เปลี่ยนเลย?

สามข้อข้างล่างอ่านออกมาเหมือนกันหมด ไม่ว่าบนป้ายราคาจะเขียนตัวเลขเท่าไร

  • สิ่งที่ได้คืนคือหนึ่งในสิบเอ็ดของราคารวมภาษี เป็นสัดส่วนเดียวกับการซื้อแบบอื่น
  • กำหนดเวลาคือ 90 วันนับจากวันที่ซื้อ ของแพงไม่ได้วันเพิ่มขึ้นมาเพราะราคา
  • การส่งสินค้าปลอดภาษีกลับประเทศแยกต่างหากถูกยกเลิกไปตั้งแต่สิ้นเดือนมีนาคม 2025 นาฬิกาเรือนนั้นจึงต้องขึ้นเครื่องไปพร้อมกับคุณ

อ่านสามข้อนี้ต่อกันก็เห็นชัดว่าราคามีผลกับกระบวนการ ไม่ได้มีผลกับสิทธิ์

เส้นนี้ไปโผล่ในสถานการณ์แบบไหนของวันนั้นบ้าง?

นาฬิกาเรือนเดียวก็ข้ามเส้นนี้ไปแล้ว

เส้นนี้อ่านจากตัวเลข 1,000,000 เยนที่ประกาศไว้ นาฬิกาเรือนเดียวจึงข้ามไปได้เองโดยไม่ต้องรวมกับอะไร และเมื่อข้ามแล้วสิ่งที่ตามมาคือการลงทะเบียน ไม่ใช่การเสียสิทธิ์

สิ่งที่ยาวขึ้นตรงหน้าแคชเชียร์คือการจ่ายเงินครั้งนั้นเท่านั้น เงื่อนไขไม่ได้เพิ่มขึ้นหรือหายไปสักข้อ

วันเดียวกันคุณซื้อนาฬิกาสองเรือน

สิ่งที่ประกาศออกมามีเพียงตัวเลข 1,000,000 เยน ส่วนจะอ่านต่อหนึ่งเรือนหรืออ่านจากยอดรวมของวันนั้น ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ

แทนที่จะตัดสินใจแทนร้าน ถามสักคำก่อนรูดบัตรว่าสองเรือนรวมกันแล้วต้องลงทะเบียนหรือไม่ จะจบเร็วกว่ามาก

คุณตั้งใจใส่มันเดินออกจากร้านเลย

ใส่ไว้ที่ข้อมือกับเก็บไว้ในถุงมีค่าเท่ากันในแง่ที่ของอยู่กับตัวคุณ การใส่กลับจึงไม่กระทบการซื้อครั้งนั้น

เพียงแต่ถ้าเครื่องที่จุดเดินทางออกให้ผลสีแดง นาฬิกาเรือนนั้นต้องหยิบออกมาให้ดูได้ อย่าให้มันแยกจากตัวคุณก่อนถึงการตรวจยืนยัน

ใบรับประกันกับกล่องถูกยื่นมาพร้อมกัน

สิ่งที่เขียนไว้คือการลงทะเบียนข้อมูลที่ระบุตัวสินค้าได้ตั้งแต่ตอนซื้อ ส่วนใบรับประกันกับกล่องจะถูกมองอย่างไรในการตรวจยืนยัน ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ

ในเมื่อยังไม่มีคำตอบ การเก็บมันไว้ในกระเป๋าใบเดียวกับใบเสร็จและพาสปอร์ตคือทางที่เหนื่อยน้อยที่สุด

การอ่านหมายเลขหลังตัวเรือนกินเวลา

หมายเลขมักสลักอยู่ที่ฝาหลังหรือด้านในขาสาย พนักงานต้องคัดลอกให้ตรงทุกตัวอักษร บางครั้งต้องหยิบแว่นขยายมาด้วย ช่วงนี้จึงยาวกว่าที่หลายคนคิดไว้

เวลาที่หายไปเป็นเวลาของขั้นตอนลงทะเบียนเอง ไม่ใช่สัญญาณว่ามีอะไรผิด เผื่อมันไว้ในตารางของวันนั้นก็พอ

คุณตัดสินใจซื้อในวันสุดท้ายของทริป

การจ่ายเงินที่ยาวขึ้น บวกกับการตรวจยืนยันที่ต้องผ่านอีกรอบตอนเดินทางออก สองอย่างนี้อัดอยู่ในวันเดียวกันแล้วแน่นมาก

ถ้าขยับมาก่อนได้ก็ขยับ ให้วันซื้อนาฬิกาอยู่ในวันที่ยังมีที่ว่าง แล้วเหลือไว้ให้วันสุดท้ายแค่การตรวจยืนยัน

คุณต้องต่อเครื่องก่อนจะออกจากญี่ปุ่น

การตรวจยืนยันเกิดขึ้นที่จุดซึ่งคุณออกจากญี่ปุ่น ไม่ใช่ประเทศที่เครื่องลงเป็นที่สุดท้าย

นาฬิกาเรือนนั้นจึงควรอยู่ในกระเป๋าที่ติดตัวคุณตลอดทาง อย่าเพิ่งโยนมันเข้าใต้ท้องเครื่องตั้งแต่เที่ยวบินภายในประเทศ

นาฬิกาเรือนนี้ซื้อให้คนที่อยู่ในญี่ปุ่น

พอยกให้ไปแล้วมันก็ไม่ได้ออกจากญี่ปุ่นพร้อมกับคุณ ขณะที่ข้อที่เขียนไว้คือผู้ซื้อต้องนำของออกไปด้วยตัวเอง

กรณีแบบนี้จึงไม่เกี่ยวกับราคาสูงหรือต่ำ เส้น 1,000,000 เยนขึ้นไปไม่มีโอกาสถูกอ่านตรงนี้เลย

คนที่จ่ายเงินคือเพื่อนร่วมทาง

การซื้อถูกบันทึกไว้กับเล่มพาสปอร์ตที่ยื่นที่แคชเชียร์ ใครเป็นคนรูดบัตรกับบันทึกไว้ในชื่อใครจึงไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ชื่อบนบัตรกับชื่อบนพาสปอร์ตที่ไม่ตรงกันจะถูกจัดการอย่างไร ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ ถ้าใช้วิธีจ่ายของตัวเองได้ก็ใช้ของตัวเอง

คุณอยากเดินดูหลายร้านก่อนตัดสินใจ

การเดินเทียบราคาไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่กระทบเงื่อนไขข้อไหน จะดูกี่ร้านก็ได้

เพียงแต่ตอนซื้อให้จบในร้านเดียว เพราะใบเสร็จจากร้านที่ต่างกันไม่ถูกอ่านรวมกัน การซื้อแยกร้านมีแต่ทำให้เรื่องยุ่งขึ้น

คุณวางงบทั้งทริปโดยมีนาฬิกาเรือนนี้เป็นแกน

ให้วางงบจากราคารวมภาษีบนป้าย เพราะหลังวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 สิ่งที่คุณจ่ายในร้านคือจำนวนเต็มนั้น

หนึ่งในสิบเอ็ดคือส่วนที่กลับมาทีหลัง มันตกอยู่หลังการตรวจยืนยัน ไม่ได้ตกอยู่ที่แคชเชียร์ อย่านับมันเป็นเงินที่ใช้ได้ในวันนั้น

กำหนด 90 วันใกล้จะหมดแล้ว

กำหนดเวลาอ่านของแพงกับของถูกเหมือนกันทุกประการ คือ 90 วันนับจากวันที่ซื้อ

ราคาแลกวันผ่อนผันไม่ได้ ใบที่ซื้อมาก่อนที่สุดจึงเป็นใบที่ต้องจัดการก่อน

ในร้านเดียวกันคุณซื้อของอย่างอื่นด้วย

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 ร้านเดียวกันในวันเดียวกันจะถูกอ่านเป็นยอดรวมก้อนเดียว นาฬิกากับสินค้าอื่นไม่ถูกนับแยกอีก

ยอดที่โตขึ้นจะไปแตะเส้นนั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าร้านอ่านตัวเลขนี้อย่างไร ถามสักคำก่อนจ่ายเงินจึงประหยัดแรงที่สุด

พนักงานขอข้อมูลที่คุณไม่ได้คิดว่าต้องให้

นั่นคือขั้นตอนลงทะเบียน สิ่งที่เขาต้องการคือข้อมูลที่ระบุตัวสินค้าได้ ไม่ใช่การสงสัยตัวคุณ

พอรู้ว่ามีขั้นตอนนี้ คุณก็จะไม่เข้าใจผิดว่ามีอะไรผิดพลาด ทำจบแล้วของก็ยังเป็นของคุณเหมือนเดิม

ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 การซื้อราคาสูงยังไม่ประกาศอะไรบ้าง?

จะมีการหักค่าธรรมเนียมออกจากเงินที่คืนหรือไม่ ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ และบนการซื้อก้อนใหญ่ ข้อนี้คือข้อที่ผูกจำนวนเงินเยนไว้มากที่สุดในบรรดาเรื่องที่ยังไม่รู้

ภาษีที่อยู่ในราคารวมภาษีคือหนึ่งในสิบเอ็ด หากมีการพูดถึงการหักอะไรออกไป มันจะปรากฏผ่านทางสมาคมร้านค้าปลอดภาษีแห่งประเทศญี่ปุ่น (ตรวจสอบเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026)

ตั้งแต่การตรวจยืนยันจนเงินกลับมาถึงมือใช้เวลากี่วัน และจะมีทางเลือกรับเป็นเงินสดจริงหรือไม่ ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ก็ยังไม่มีการประกาศเช่นกัน ก่อนตัดสินใจซื้อจึงควรคิดหนึ่งในสิบเอ็ดเป็นเพดานเอาไว้

ส่วนที่ว่าเส้นนี้อ่านต่อชิ้นหรืออ่านจากยอดรวมของวัน ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ หากมีคำตอบออกมา มันจะออกจากแหล่งอย่างสำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (ตรวจสอบเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026)ก่อน

สรุปเรื่องเส้นนี้จึงพูดได้เท่านี้ คือการซื้อตั้งแต่ 1,000,000 เยนขึ้นไปต้องลงทะเบียนข้อมูลที่ระบุตัวสินค้าได้ตอนที่ซื้อ ส่วนจะอ่านต่อชิ้นหรือต่อยอดรวม ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ

เรื่องนาฬิกากับเส้นนี้ คนถามกันว่าอย่างไรบ้าง?

การซื้อแบบปลอดภาษีมีเพดานสูงสุดไหม?

ไม่มีเพดาน การซื้อตั้งแต่ 1,000,000 เยนขึ้นไปต้องลงทะเบียนข้อมูลอย่างหมายเลขเครื่องตอนที่ซื้อ นั่นเป็นขั้นตอนเอกสาร ไม่ใช่การจำกัดยอด

นาฬิการาคาสูงยังคืนภาษีได้ไหม?

ได้ ด้วยเงื่อนไขเดียวกับสินค้าอย่างอื่น

ซื้อนาฬิกาหนึ่งเรือนได้คืนเท่าไหร่?

หนึ่งในสิบเอ็ดของราคารวมภาษี ส่วนจะถูกหักค่าธรรมเนียมหรือไม่ ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ

การลงทะเบียนทำที่ร้านหรือที่สนามบิน?

ที่ร้าน ในตอนที่คุณซื้อ

การลงทะเบียนกับการตรวจยืนยันของศุลกากรเป็นเรื่องเดียวกันไหม?

ไม่ใช่ การลงทะเบียนเกิดที่ร้าน ส่วนการตรวจยืนยันเกิดตอนคุณออกจากญี่ปุ่น

ซื้อนาฬิกาสองเรือนในวันเดียวกัน เส้นนี้อ่านอย่างไร?

สิ่งที่ประกาศมีเพียงตัวเลข 1,000,000 เยน ส่วนจะอ่านต่อเรือนหรือต่อยอดรวม ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ ให้ถามร้านก่อนจ่ายเงิน

ร้านเก็บบันทึกหมายเลขไว้ไหม?

ข้อมูลเหล่านั้นถูกบันทึกไปพร้อมกับการซื้อ ผูกไว้กับเล่มพาสปอร์ตที่คุณยื่นตรงนั้น

ใส่นาฬิกาที่เพิ่งซื้อเดินออกจากร้านได้ไหม?

ได้ เพียงแต่ถ้าเครื่องให้ผลสีแดงตอนเดินทางออก มันต้องหยิบออกมาให้ดูได้

ซื้อนาฬิกากับกระเป๋าในร้านเดียวกันได้ไหม?

ได้ และตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 สองอย่างนั้นจะถูกอ่านเป็นยอดรวมก้อนเดียวของวันนั้น

การซื้อราคาสูงมีกำหนดเวลาต่างออกไปไหม?

ไม่ต่าง เหมือนการซื้อแบบอื่นคือ 90 วันนับจากวันที่ซื้อ

ควรซื้อก่อนหรือหลังวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026?

สัดส่วนเท่ากัน ถ้าซื้อหลังจากนั้น คุณจ่ายเต็มจำนวนก่อนแล้วภาษีจึงกลับมาหลังการตรวจยืนยัน

ถ้าไม่ได้แวะเครื่องของศุลกากรจะเป็นอย่างไร?

การซื้อตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไปไม่มีเงินคืนให้ตามเก็บทีหลัง ไม่ว่ายอดจะสูงแค่ไหน

ส่งนาฬิกากลับประเทศแทนได้ไหม?

ไม่ได้ การส่งสินค้าปลอดภาษีกลับแยกต่างหากถูกยกเลิกไปตั้งแต่สิ้นเดือนมีนาคม 2025

นาฬิกาต้องดูขั้นต่ำ 5,000 เยนก่อนภาษีด้วยไหม?

กฎเป็นข้อเดียวกัน คือผู้ซื้อคนเดียวกันในร้านเดียวกันวันเดียวกันต้องถึง 5,000 เยนก่อนภาษี เพียงแต่คนที่ซื้อนาฬิกาแทบไม่เคยติดข้อนี้

ที่เครื่องตรวจยืนยันต้องใช้ใบเสร็จไหม?

เก็บไว้กับพาสปอร์ต การตรวจยืนยันทำเป็นรายพาสปอร์ต

แหล่งข้อมูล

แหล่งข้อมูลต้นทางเท่านั้น แต่ละแหล่งมีวันที่เราตรวจสอบ

  1. สำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่นตรวจสอบเมื่อ ตรวจสอบเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026
  2. กรมศุลกากรญี่ปุ่นตรวจสอบเมื่อ ตรวจสอบเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026
  3. สมาคมร้านค้าปลอดภาษีแห่งประเทศญี่ปุ่นตรวจสอบเมื่อ ตรวจสอบเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026

คำนวณให้คุณตั้งแต่อยู่ในร้าน

ยอดขั้นต่ำคือ 5,000 เยนก่อนภาษี ต่อร้าน ต่อวัน และใบเสร็จจากต่างร้านรวมกันไม่ได้ แอป Refund Japan ออกแบบมาเพื่อเก็บรายการของคุณ บอกเมื่อตะกร้าถึงขั้นต่ำ รวบรวมใบเสร็จ และติดตามเงินคืนแต่ละรายการจนเข้า

กำหนดเปิดตัว: 1 ตุลาคม 2569 ตอนนี้ยังไม่มีอะไรให้ดาวน์โหลดและไม่มีรายชื่อรอ: ไซต์นี้ไม่เก็บอีเมล

แอปจะทำอะไร

อ่านต่อ

ถ้ายังไม่ตรงกับคำถามของคุณ

เนื้อหาในนี้ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษีหรือกฎหมาย และทุกยอดเป็นยอดสูงสุดก่อนหักค่าธรรมเนียม (ถ้ามี) กฎอาจเปลี่ยนได้ ทุกหน้ามีวันที่เราตรวจสอบล่าสุด เราตัดสินอย่างไรว่าจะเผยแพร่อะไร