ใบเสร็จและขั้นตอนที่สนามบินในแอปเดียวติดตั้งแอป
RefundJapanตรวจสอบล่าสุด: 25 ตุลาคม 2569ระบบใหม่เริ่ม 1 พฤศจิกายน 2569 · มีผลแล้ว6 ประเด็นที่ยังเปิดอยู่ — อัปเดต 25 ตุลาคม 2569

หน้านี้เขียนสำหรับนักเดินทางชาวไทยที่จะไปญี่ปุ่น

เส้นทางและเที่ยวบินต่อ

คืนภาษีญี่ปุ่น 2026: มาญี่ปุ่น 2 ครั้งใน 90 วัน ของที่ซื้อผูกกับขาออกครั้งไหน?

90 วันนับจากวันที่ซื้อบนใบเสร็จแต่ละใบ ไม่ใช่จากทริป คนที่มาญี่ปุ่น 2 ครั้งใน 90 วันจึงต้องจับคู่ใบเสร็จกับขาออกของทริปที่ซื้อ และใบเสร็จสองทริปไม่รวมกัน

ตรวจสอบบทความนี้เมื่อ 2 พฤศจิกายน 2569อ่าน 46 นาทีทุกตัวเลขอ้างอิงแหล่งข้อมูลต้นทางบรรณาธิการ: Hiroto Kusabayashiประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท APORON

  • 5,000 เยนยอดขั้นต่ำก่อนภาษี ต่อร้าน ต่อวัน
  • 1 พ.ย. 2026ระบบใหม่เริ่มใช้ ไม่มีช่วงเปลี่ยนผ่าน
  • 1 / 11ของราคารวมภาษี คือเพดานเงินที่ได้คืน
  • 90 วันต้องออกจากญี่ปุ่นพร้อมของที่ซื้อ

กำหนดเวลาเดินแยกกันทีละใบเสร็จ คือ 90 วันนับจากวันที่ซื้อ ไม่ใช่นับจากวันแรกของทริปและไม่ใช่นับจากวันที่เข้าประเทศ — สำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (ตรวจสอบเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2026)

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 ภาษีจะกลับมาถึงมือผู้ซื้อหลังการตรวจยืนยันตอนเดินทางออก ส่วนขั้นต่ำยังคงเป็น 5,000 เยนก่อนภาษี อ่านต่อผู้ซื้อ ต่อร้าน ต่อวัน

คนที่มาญี่ปุ่น 2 ครั้งภายในช่วง 90 วันจึงต้องหาวันของใบเสร็จแต่ละใบให้เจอก่อน แล้วค่อยไล่จากวันนั้นว่าการตรวจยืนยันควรไปอยู่กับขาออกครั้งไหน

สิ่งที่ประกาศออกมามีเพียงสองข้อ คือผู้ซื้อต้องนำของออกนอกญี่ปุ่นด้วยตัวเองภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อ และต้องผ่านการตรวจยืนยันตอนเดินทางออก

ส่วนการซื้อหนึ่งครั้งจะรอไปทำการตรวจยืนยันที่ขาออกของทริปถัดไปได้หรือไม่ ข้อความทางการพูดถึงเฉพาะกรณีเรือสำราญที่ออกจากญี่ปุ่นแล้วกลับมา กรณีอื่นไม่มีในข้อความทางการ (ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2026)

มาสองครั้ง แล้วของที่ซื้อไปกับขาออกครั้งไหน?

ไปกับวันของตัวมันเอง วันที่ซื้อซึ่งพิมพ์อยู่บนใบเสร็จเป็นตัวกำหนดว่า 90 วันของใบนั้นเริ่มตรงไหน ส่วนการตรวจยืนยันเกิดขึ้นที่ขาออกครั้งที่คุณพาของออกจากญี่ปุ่น

สิ่งที่เชื่อมสองเหตุการณ์นี้เข้าด้วยกันคือวันที่ ไม่ใช่ลำดับว่าเป็นทริปที่เท่าไร ของจากทริปแรกถือวันของทริปแรก ของจากทริปที่สองถือวันของทริปที่สอง แต่ละใบเดินการนับของตัวเอง และช่วงที่คุณกลับไปอยู่บ้านระหว่างสองทริปก็ยังเดินอยู่เหมือนกัน

ตัวการตรวจยืนยันทำที่จุดเดินทางออก โดยเครื่องที่อ่านพาสปอร์ต ผลสีเขียวหมายถึงเดินผ่านไปได้ ผลสีแดงหมายถึงต้องนำของออกมาแสดง — กรมศุลกากรญี่ปุ่น (ตรวจสอบเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2026)

คำถามว่า "ผูกกับขาออกครั้งไหน" จึงกลายเป็นคำถามที่ตอบง่ายกว่าตอนยืนอยู่หน้าแคชเชียร์ คือชิ้นนี้อยู่ในทริปที่คุณจะหิ้วมันกลับบ้านหรือเปล่า

หลังวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 อะไรที่เกี่ยวกับเรื่องนี้เปลี่ยนไปบ้าง?

  • ภาษีจะไม่ถูกหักที่แคชเชียร์อีก แต่จะกลับมาหลังการตรวจยืนยันตอนเดินทางออก เรื่องที่ว่าของชิ้นหนึ่งไปอยู่กับขาออกครั้งไหนจึงสำคัญกว่าเดิม
  • การแยกสินค้าทั่วไปกับสินค้าสิ้นเปลืองถูกยกเลิกแล้ว ร้านหนึ่งร้านในวันหนึ่งวันอ่านเป็นยอดรวมก้อนเดียว แต่วันของสองทริปก็ไม่ได้ถูกต่อเข้าหากันเพราะเรื่องนี้
  • เพดานรายวันที่เคยมีสำหรับสินค้าสิ้นเปลืองถูกยกเลิกแล้ว

ขั้นตอนที่เคยแยกของกองหนึ่งออกตามประเภทจึงหายไป เหลือสิ่งที่ต้องอ่านเพียงร้าน วันที่ และตัวผู้ซื้อ

มากี่ครั้งก็ไม่เปลี่ยน มีข้อไหนบ้าง?

ในระบบนี้มีอยู่ไม่กี่ข้อที่อ่านเหมือนกันหมด ไม่ว่าคุณจะมาครั้งเดียวหรือมาสองครั้ง สามข้อข้างล่างคือจุดที่คนเดินทางซ้ำเข้าใจผิดกันบ่อยที่สุด

  • ขั้นต่ำคือ 5,000 เยนก่อนภาษี อ่านต่อผู้ซื้อ ต่อร้าน ต่อวัน ซึ่งบนป้ายราคารวมภาษีอ่านได้เป็น 5,500 เยน
  • ใบเสร็จจากร้านที่ต่างกันไม่ถูกรวมกัน และใบเสร็จจากทริปที่ต่างกันก็เช่นเดียวกัน
  • ผู้มีสิทธิ์ถูกกำหนดไว้ว่าเป็นผู้ไม่ได้มีถิ่นที่อยู่ในญี่ปุ่น คือนักเดินทางต่างชาติที่มีสถานะพำนักระยะสั้นหรือเทียบเท่าและพำนักไม่ถึงหกเดือน

พออ่านสามข้อนี้ต่อกันก็จะเห็นว่าระหว่างสองทริปไม่มีช่องให้ยืมกันไปมาเลย

เรื่องนี้โผล่ขึ้นมาในสถานการณ์แบบไหนระหว่างสองทริป?

คุณอยากซื้อในทริปแรกแล้วเก็บไว้หิ้วกลับในทริปที่สอง

เงื่อนไขที่ประกาศไว้คือผู้ซื้อต้องนำของออกนอกญี่ปุ่นด้วยตัวเองภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อ และ 90 วันของชิ้นนั้นเริ่มเดินตั้งแต่วันในทริปแรกไปแล้ว ส่วนขาออกของทริปที่สองจะรับช่วงใบเสร็จที่ออกในทริปแรกได้หรือไม่ ไม่มีในข้อความทางการ ถ้าคิดจะทำแบบนี้ ให้ถามร้านก่อนซื้อ

วิธีที่มั่นคงที่สุดคือซื้อในทริปที่คุณจะหิ้วมันกลับบ้านจริง ๆ

คุณตั้งใจฝากของไว้ในญี่ปุ่นระหว่างสองทริป

จะฝากไว้ที่ไหนและนานแค่ไหนเป็นแผนของคุณ ส่วนสิ่งที่ระบบระบุไว้มีข้อเดียว คือของต้องถูกผู้ซื้อนำออกนอกญี่ปุ่นภายใน 90 วัน ช่วงเวลาที่ของค้างอยู่ตรงกลางจะถูกมองอย่างไร ไม่มีในข้อความทางการ

แผนแบบนี้จึงไม่เหมาะจะเอามาเป็นข้อสมมติเรื่องประหยัดเงิน ไม่นับเงินคืนก้อนนี้ไว้ในแผนจะปลอดภัยกว่า

ร้านเดิม คุณไปทั้งสองทริป

ยอดรวมถูกอ่านต่อร้านเดียวกันในวันเดียวกัน และวันของสองทริปก็ไม่ใช่วันเดียวกันอยู่แล้ว การไปร้านเดิมสองครั้งจึงอ่านออกมาเป็นสองยอดที่แยกกัน ไม่ใช่ยอดเดียวที่ใหญ่ขึ้น

สิ่งที่แคชเชียร์เห็นในทริปที่สองก็คือการซื้อของวันนั้นเท่านั้น ใบเสร็จจากทริปก่อนไม่ได้ถูกเรียกกลับมาคิดรวมด้วย

ระหว่างสองทริปคุณเปลี่ยนพาสปอร์ตเล่มใหม่

การซื้อถูกบันทึกไว้กับเล่มที่ยื่นที่แคชเชียร์ในตอนนั้น การซื้อของทริปแรกจึงผูกอยู่กับเล่มเก่า ส่วนการซื้อของทริปที่สองผูกอยู่กับเล่มใหม่ที่คุณถือมา

ถ้าทำเล่มหายและได้เล่มใหม่ที่เลขต่างกัน คำถามคำตอบสำหรับร้านของกรมสรรพากรแห่งชาติเขียนว่า ตอนเดินทางออกให้ยื่นเล่มใหม่ที่เครื่อง และแจ้งเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่เคาน์เตอร์ว่าเคยซื้อด้วยเล่มเก่าด้วย ส่วนเล่มที่เปลี่ยนเพราะต่ออายุไม่มีในข้อความทางการ ให้ถามเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่สนามบิน การพกทั้งสองเล่มติดตัวไว้จะสะดวกกว่า

ตอนออกจากทริปแรก ใบเสร็จเพิ่งเดินไปได้ไม่กี่วัน

90 วันนับจากวันที่ซื้อ พอจบทริปแรกใบเสร็จส่วนใหญ่จึงยังเหลือทางอีกยาว วันที่เหลืออยู่ดูเหมือนเยอะ แต่มันไม่ใช่ที่ว่างที่ถูกกันไว้ให้ทริปหน้าใช้

วันที่จะได้ใช้จริงคือวันที่คุณยังอยู่ในญี่ปุ่นในทริปนั้น ไม่ใช่สัปดาห์ที่คุณกลับไปอยู่บ้านแล้ว

สองทริปห่างกันแค่เดือนเดียว

ต่อให้สองทริปชิดกันแค่ไหน มันก็ไม่ถูกอ่านรวมเป็นทริปเดียว วันของทริปแรกกับวันของทริปที่สองยังคงเริ่ม 90 วันของตัวเองแยกกัน

ข้อดีจริง ๆ ของการมาห่างกันไม่นานคือคุณจำได้ง่ายกว่าว่าทริปแรกซื้ออะไรไว้ที่ร้านไหน ไม่ใช่ว่าระบบให้ความสะดวกเพิ่มขึ้นมา

ทริปแรกยอดไม่ถึงขั้นต่ำ คุณเลยอยากเอาทริปที่สองมาเติม

เติมไม่ได้ ขั้นต่ำคือ 5,000 เยนก่อนภาษี อ่านต่อผู้ซื้อ ต่อร้าน ต่อวัน ใบเสร็จของสองทริปจึงไม่ถูกบวกเข้าด้วยกัน

ขอบเขตที่บวกกันได้คือร้านเดียวกันในวันเดียวกันภายในทริปเดียวกัน ไม่ใช่วันที่อยู่คนละฝั่งของการบินกลับบ้านหนึ่งรอบ

ขากลับของทริปแรกถูกเลื่อน ทำให้เหลือเวลาว่างระหว่างสองทริปไม่กี่สัปดาห์

การเลื่อนขากลับทำให้ช่องว่างระหว่างสองทริปสั้นลง ไม่ได้ทำให้กำหนดของใบเสร็จในทริปแรกยาวขึ้น ใบเสร็จเหล่านั้นยังเดิน 90 วันจากวันที่ซื้อของตัวเองเหมือนเดิม

พอช่องว่างสั้นลง คนก็ยิ่งอยากเก็บของไว้ให้ทริปหน้า แต่ระบบไม่ได้เปิดช่องเพิ่มให้เพราะเหตุนี้

วันของทริปที่สองยังไม่ถูกกำหนด แต่คุณซื้อไปแล้ว

การที่ยังไม่กำหนดวันไม่ได้กระทบจุดเริ่มของการซื้อครั้งนี้ มันเริ่มนับจากวันที่การซื้อเกิดขึ้นอยู่ดี สิ่งที่ถูกกระทบคือการตัดสินใจของคุณเอง เพราะเมื่อไม่รู้ว่าทริปหน้าจะเกิดเมื่อไร ยิ่งไม่ควรผลักเรื่องการนำของออกไปข้างหน้า

การซื้อทั้งที่วันยังไม่ถูกกำหนด จึงเท่ากับยอมรับไปแล้วว่าจะหิ้วมันกลับในทริปนี้

คุณมาญี่ปุ่นทุกเดือนเพราะงาน

จำนวนครั้งที่มาไม่เปลี่ยนจุดเริ่มของการซื้อใด ๆ มาหนึ่งครั้งก็คือใบเสร็จชุดใหม่กับวันชุดใหม่ การปิดจบแต่ละทริปให้เรียบร้อยในตัวมันเองจึงเบาแรงกว่าการพยายามจำว่าใบไหนเหลืออีกกี่วัน

นอกจากนี้ ผู้มีสิทธิ์ถูกกำหนดไว้ว่าเป็นนักเดินทางต่างชาติที่มีสถานะพำนักระยะสั้นหรือเทียบเท่าและพำนักไม่ถึงหกเดือน ตัวเลขจำนวนครั้งจึงไม่ใช่เกณฑ์ ความยาวของการพำนักต่างหากที่เป็น

เพื่อนร่วมทางมาครั้งเดียว ส่วนคุณมาสองครั้ง

ญี่ปุ่นนับต่อพาสปอร์ตที่แคชเชียร์ แต่ละคนจึงถือใบเสร็จของตัวเองและวันของตัวเอง การที่คุณจะกลับมาอีกครั้งไม่ได้ทำให้การซื้อของอีกฝ่ายได้วันเพิ่ม

ต่อให้เดินเข้าร้านเดียวกันพร้อมกัน บิลก็ยังถูกแยกบันทึกไว้กับเล่มพาสปอร์ตของแต่ละคน

คุณฝากของที่ซื้อในทริปแรกไว้กับเพื่อนที่อยู่ในญี่ปุ่น

ข้อที่ระบุไว้คือของต้องถูกผู้ซื้อนำออกนอกญี่ปุ่นด้วยตัวเอง การคิดว่า "ไว้มารับคราวหน้า" จึงไม่ได้แก้โจทย์ข้อนี้ ส่วนช่วงที่เพื่อนเก็บของไว้ให้จะถูกมองอย่างไร ไม่มีในข้อความทางการ

ใส่มันลงกระเป๋าตัวเองตั้งแต่ทริปแรกจะจบกว่ามาก

ทริปที่สองคุณซื้อของชิ้นเดิมอีกครั้ง

ของชิ้นเดิมที่ซื้อสองครั้งคือการซื้อสองครั้งที่แยกจากกัน แต่ละครั้งเริ่มนับจากวันของตัวเอง ทั้งสองไม่ได้ถูกอ่านรวมเป็นครั้งเดียวเพราะหน้าตาเหมือนกัน

ในทางกลับกัน การซื้อในทริปที่สองก็ไม่ต้องพึ่งใบเสร็จของทริปแรกเพื่อให้ถึงขั้นต่ำเช่นกัน

ใบเสร็จของสองทริปปนกันจนแยกไม่ออก

สิ่งที่บอกว่าใบไหนคู่กับขาออกครั้งไหนคือวันที่พิมพ์อยู่บนใบเสร็จ ไม่ใช่ว่ามันถูกยัดไว้ชั้นไหนของกระเป๋า ใบที่วันที่เก่าที่สุดคือใบที่เหลือที่ว่างน้อยที่สุด

ก่อนออกเดินทาง การเรียงใบเสร็จตามวันสักรอบได้ผลกว่าการเรียงตามร้านหรือเรียงตามยอดเงิน

พอถึงทริปที่สอง ใบเสร็จใบแรกก็เลย 90 วันไปแล้ว

กำหนดของใบนั้นเริ่มเดินตั้งแต่ทริปแรก พอถึงทริปที่สองมันจึงเดินจนครบไปแล้ว ถ้าเลย 90 วันโดยไม่ได้รับการยืนยัน การซื้อนั้นจะไม่ได้รับการยกเว้นภาษี

สิ่งที่พูดได้แน่มีอยู่ข้อเดียว คือทริปใหม่ไม่ได้เขียนวันเก่านั้นขึ้นมาใหม่

เรื่องสองทริป อะไรที่รัฐไม่ได้กำหนด และอะไรที่ไม่มีในข้อความทางการ?

ตั้งแต่การตรวจยืนยันตอนออกจนเงินกลับมาถึงมือใช้เวลากี่วัน รัฐบาลไม่ได้กำหนด แต่ละผู้ให้บริการคืนเงินต่างกันไป และนั่นเป็นนาฬิกาคนละเรือนกับ 90 วัน ซึ่งคนที่มาสองครั้งสับสนระหว่างสองเรื่องนี้ได้ง่ายที่สุด

วันที่ 23 ตุลาคม 2026 กรมศุลกากรญี่ปุ่นเปิดแผนที่จุดยืนยัน 78 จุด เป็นสนามบิน 41 แห่งและท่าเรือ 37 แห่ง — กรมศุลกากรญี่ปุ่น แผนที่จุดยืนยัน (ตรวจสอบเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2026) และทางการขอให้ไปถึงโดยเผื่อเวลา การเผื่อเวลาไว้ในขาออกครั้งที่พาของกลับจริงจึงปลอดภัยกว่า

ส่วนการซื้อในทริปหนึ่งแล้วออกในอีกทริปหนึ่ง ไม่มีในข้อความทางการ นอกจากกรณีเรือสำราญ

สรุปเรื่องสองทริปจึงพูดได้เท่านี้ คือแต่ละการซื้อเดิน 90 วันจากวันที่ซื้อของตัวเอง ส่วนการจัดการแบบข้ามทริปไม่มีในข้อความทางการ

เรื่องสองทริป คนถามกันว่าอย่างไรบ้าง?

ออกจากญี่ปุ่นแล้วกลับเข้ามาใหม่ 90 วันเริ่มนับใหม่ไหม?

ไม่เริ่มใหม่ จุดเริ่มคือวันที่ซื้อบนใบเสร็จ การเข้าออกประเทศไม่มีส่วนในเรื่องนี้

ของที่ซื้อในทริปแรก ทำการตรวจยืนยันที่ขาออกของทริปที่สองได้ไหม?

เงื่อนไขที่ระบุไว้คือผู้ซื้อนำของออกภายใน 90 วันและผ่านการตรวจยืนยันตอนเดินทางออก ส่วนวิธีข้ามไปทริปถัดไปไม่มีในข้อความทางการ ให้ถามร้านก่อนซื้อ

เอาการซื้อของสองทริปมาบวกกันให้ถึงขั้นต่ำได้ไหม?

ไม่ได้ ขั้นต่ำคือ 5,000 เยนก่อนภาษี ต่อผู้ซื้อ ต่อร้าน ต่อวัน

วันที่หนึ่งของ 90 วันคือวันไหน?

วันถัดจากวันที่บนใบเสร็จ เช่น ซื้อวันที่ 1 พฤศจิกายน วันที่ 1 คือ 2 พฤศจิกายน และวันสุดท้ายคือ 30 มกราคม

ถ้ารู้อยู่แล้วว่าจะมาทริปที่สอง ควรซื้อในทริปไหน?

ซื้อในทริปที่คุณจะหิ้วของกลับบ้าน ข้อเดียวนี้ตัดคำถามเรื่องกำหนดเวลาออกไปได้เกือบหมด

ไปร้านเดิมทั้งสองทริป สองครั้งนับเป็นยอดเดียวกันไหม?

ไม่ ยอดถูกอ่านต่อร้านเดียวกันในวันเดียวกัน และวันของสองทริปไม่ใช่วันเดียวกัน

เปลี่ยนพาสปอร์ตระหว่างสองทริปแล้วจะเป็นอย่างไร?

แต่ละการซื้อผูกกับเล่มที่ยื่นที่แคชเชียร์ในตอนนั้น ถ้าทำเล่มหาย ตอนเดินทางออกให้ยื่นเล่มใหม่ที่เครื่อง และแจ้งเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่เคาน์เตอร์ว่าเคยซื้อด้วยเล่มเก่าด้วย ถ้าเปลี่ยนเพราะต่ออายุ ให้ถามเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่สนามบิน

ฝากของไว้ในญี่ปุ่นระหว่างสองทริปได้ไหม?

ข้อที่ระบุไว้คือผู้ซื้อนำของออกนอกญี่ปุ่นภายใน 90 วัน ส่วนการฝากไว้ตรงกลางจะถูกมองอย่างไร ไม่มีในข้อความทางการ

ของที่ไม่ได้ตรวจยืนยันในทริปแรก ตามเก็บในทริปที่สองได้ไหม?

ขั้นตอนตามเก็บย้อนหลังไม่มีในข้อความทางการ สิ่งที่ระบุไว้มีเพียงการตรวจยืนยันตอนเดินทางออก

เที่ยวบินล่าช้าแล้ว 90 วันเลื่อนตามไหม?

ไม่เลื่อน ไม่ว่าเที่ยวบินจะขยับอย่างไร การนับก็เดินจากวันที่ซื้อ

คนที่มาญี่ปุ่นปีละหลายครั้งเข้าข่ายไหม?

ผู้มีสิทธิ์ถูกกำหนดว่าเป็นนักเดินทางต่างชาติที่มีสถานะพำนักระยะสั้นหรือเทียบเท่าและพำนักไม่ถึงหกเดือน จำนวนครั้งไม่เปลี่ยนกำหนดของการซื้อแต่ละครั้ง

การซื้อหนึ่งครั้งได้คืนเท่าไหร่?

หนึ่งในสิบเอ็ดของราคารวมภาษีของการซื้อครั้งนั้น

ในใบเสร็จสองใบ ใบไหนหมดอายุก่อน?

ใบที่วันที่ซื้อเก่ากว่า ตอนจัดใบเสร็จให้เรียงตามวัน ไม่ใช่เรียงตามยอดเงิน

90 วันนับเป็นวันตามปฏิทินไหม?

ใช่ นับวันถัดจากวันที่ซื้อเป็นวันที่ 1 ไปจนถึงวันที่ 90 เช่น ซื้อวันที่ 1 พฤศจิกายน กำหนดสุดท้ายคือวันที่ 30 มกราคม — คำถามคำตอบของกรมสรรพากรญี่ปุ่น (ตรวจสอบเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2026)

แหล่งข้อมูล

แหล่งข้อมูลต้นทางเท่านั้น แต่ละแหล่งมีวันที่เราตรวจสอบ

  1. สำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่นตรวจสอบเมื่อ ตรวจสอบเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2026
  2. กรมศุลกากรญี่ปุ่นตรวจสอบเมื่อ ตรวจสอบเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2026
  3. กรมศุลกากรญี่ปุ่น แผนที่จุดยืนยันตรวจสอบเมื่อ ตรวจสอบเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2026
  4. คำถามคำตอบของกรมสรรพากรญี่ปุ่นตรวจสอบเมื่อ ตรวจสอบเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2026

รวมการช้อปปลอดภาษีไว้ในแอปเดียว

  • ก่อนซื้อ: จดรายการของที่อยากซื้อ
  • หลังซื้อ: ถ่ายรูปใบเสร็จ แล้วเช็กเงื่อนไขของแต่ละร้าน (ร้านเดียวกัน วันเดียวกัน 5,000 เยนขึ้นไป ภายใน 90 วัน) และยอดคืนที่คาดไว้
  • ที่สนามบิน: ลำดับตรวจศุลกากร→เช็กอิน→ตรวจความปลอดภัย และของที่ต้องเตรียม

ดาวน์โหลดฟรีบน Google Play

เวอร์ชัน iPhone กำลังเตรียมอยู่

หน้าจอแอปเป็นภาษาอังกฤษ (มีภาษาญี่ปุ่น เกาหลี จีนตัวย่อ และจีนตัวเต็มด้วย) เงินคืนมาจากร้านหรือบริษัทคืนภาษี แอปไม่ถือเงินของคุณ ไม่ใช่แอปทางการของรัฐบาลญี่ปุ่น

อ่านต่อ

ถ้ายังไม่ตรงกับคำถามของคุณ

เนื้อหาในนี้ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษีหรือกฎหมาย และทุกยอดเป็นยอดสูงสุดก่อนหักค่าธรรมเนียม (ถ้ามี) กฎอาจเปลี่ยนได้ ทุกหน้ามีวันที่เราตรวจสอบล่าสุด เราตัดสินอย่างไรว่าจะเผยแพร่อะไร