กำหนดเวลาเดินแยกกันทีละใบเสร็จ คือ 90 วันนับจากวันที่ซื้อ ไม่ใช่นับจากวันแรกของทริปและไม่ใช่นับจากวันที่เข้าประเทศ — สำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (ตรวจสอบเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026)
ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 ภาษีจะกลับมาถึงมือผู้ซื้อหลังการตรวจยืนยันตอนเดินทางออก ส่วนขั้นต่ำยังคงเป็น 5,000 เยนก่อนภาษี อ่านต่อผู้ซื้อ ต่อร้าน ต่อวัน
คนที่มาญี่ปุ่น 2 ครั้งภายในช่วง 90 วันจึงต้องหาวันของใบเสร็จแต่ละใบให้เจอก่อน แล้วค่อยไล่จากวันนั้นว่าการตรวจยืนยันควรไปอยู่กับขาออกครั้งไหน
สิ่งที่ประกาศออกมามีเพียงสองข้อ คือผู้ซื้อต้องนำของออกนอกญี่ปุ่นด้วยตัวเองภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อ และต้องผ่านการตรวจยืนยันตอนเดินทางออก
ส่วนที่ว่าการซื้อหนึ่งครั้งจะรอไปทำการตรวจยืนยันที่ขาออกของทริปถัดไปได้หรือไม่ ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ และหน้านี้ก็ไม่เอาการเดามาเติมช่องว่างนั้น
มาสองครั้ง แล้วของที่ซื้อไปกับขาออกครั้งไหน?
ไปกับวันของตัวมันเอง วันที่ซื้อซึ่งพิมพ์อยู่บนใบเสร็จเป็นตัวกำหนดว่า 90 วันของใบนั้นเริ่มตรงไหน ส่วนการตรวจยืนยันเกิดขึ้นที่ขาออกครั้งที่คุณพาของออกจากญี่ปุ่น
สิ่งที่เชื่อมสองเหตุการณ์นี้เข้าด้วยกันคือวันที่ ไม่ใช่ลำดับว่าเป็นทริปที่เท่าไร ของจากทริปแรกถือวันของทริปแรก ของจากทริปที่สองถือวันของทริปที่สอง แต่ละใบเดินการนับของตัวเอง และช่วงที่คุณกลับไปอยู่บ้านระหว่างสองทริปก็ยังเดินอยู่เหมือนกัน
ตัวการตรวจยืนยันทำที่จุดเดินทางออก โดยเครื่องที่อ่านพาสปอร์ต ผลสีเขียวหมายถึงเดินผ่านไปได้ ผลสีแดงหมายถึงต้องนำของออกมาแสดง — กรมศุลกากรญี่ปุ่น (ตรวจสอบเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026)
คำถามว่า "ผูกกับขาออกครั้งไหน" จึงกลายเป็นคำถามที่ตอบง่ายกว่าตอนยืนอยู่หน้าแคชเชียร์ คือชิ้นนี้อยู่ในทริปที่คุณจะหิ้วมันกลับบ้านหรือเปล่า
หลังวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 อะไรที่เกี่ยวกับเรื่องนี้เปลี่ยนไปบ้าง?
- ภาษีจะไม่ถูกหักที่แคชเชียร์อีก แต่จะกลับมาหลังการตรวจยืนยันตอนเดินทางออก เรื่องที่ว่าของชิ้นหนึ่งไปอยู่กับขาออกครั้งไหนจึงสำคัญกว่าเดิม
- การแยกสินค้าทั่วไปกับสินค้าสิ้นเปลืองจะถูกยกเลิก ร้านหนึ่งร้านในวันหนึ่งวันอ่านเป็นยอดรวมก้อนเดียว แต่วันของสองทริปก็ไม่ได้ถูกต่อเข้าหากันเพราะเรื่องนี้
- เพดานรายวันที่เคยมีสำหรับสินค้าสิ้นเปลืองจะถูกยกเลิก
ขั้นตอนที่เคยแยกของกองหนึ่งออกตามประเภทจึงหายไป เหลือสิ่งที่ต้องอ่านเพียงร้าน วันที่ และตัวผู้ซื้อ
มากี่ครั้งก็ไม่เปลี่ยน มีข้อไหนบ้าง?
ในระบบนี้มีอยู่ไม่กี่ข้อที่อ่านเหมือนกันหมด ไม่ว่าคุณจะมาครั้งเดียวหรือมาสองครั้ง สามข้อข้างล่างคือจุดที่คนเดินทางซ้ำเข้าใจผิดกันบ่อยที่สุด
- ขั้นต่ำคือ 5,000 เยนก่อนภาษี อ่านต่อผู้ซื้อ ต่อร้าน ต่อวัน ซึ่งบนป้ายราคารวมภาษีอ่านได้เป็น 5,500 เยน
- ใบเสร็จจากร้านที่ต่างกันไม่ถูกรวมกัน และใบเสร็จจากทริปที่ต่างกันก็เช่นเดียวกัน
- ผู้มีสิทธิ์ถูกกำหนดไว้ว่าเป็นผู้ไม่ได้มีถิ่นที่อยู่ในญี่ปุ่น คือนักเดินทางต่างชาติที่พำนักไม่ถึงหกเดือน
พออ่านสามข้อนี้ต่อกันก็จะเห็นว่าระหว่างสองทริปไม่มีช่องให้ยืมกันไปมาเลย
เรื่องนี้โผล่ขึ้นมาในสถานการณ์แบบไหนระหว่างสองทริป?
คุณอยากซื้อในทริปแรกแล้วเก็บไว้หิ้วกลับในทริปที่สอง
เงื่อนไขที่ประกาศไว้คือผู้ซื้อต้องนำของออกนอกญี่ปุ่นด้วยตัวเองภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อ และ 90 วันของชิ้นนั้นเริ่มเดินตั้งแต่วันในทริปแรกไปแล้ว ส่วนขาออกของทริปที่สองจะรับช่วงใบเสร็จที่ออกในทริปแรกได้หรือไม่ ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ
ถ้าไม่อยากเอาแผนไปวางไว้บนเรื่องที่ยังไม่มีคำตอบ วิธีที่มั่นคงที่สุดคือซื้อในทริปที่คุณจะหิ้วมันกลับบ้านจริง ๆ
คุณตั้งใจฝากของไว้ในญี่ปุ่นระหว่างสองทริป
จะฝากไว้ที่ไหนและนานแค่ไหนเป็นแผนของคุณ ส่วนสิ่งที่ระบบระบุไว้มีข้อเดียว คือของต้องถูกผู้ซื้อนำออกนอกญี่ปุ่นภายใน 90 วัน ช่วงเวลาที่ของค้างอยู่ตรงกลางจะถูกมองอย่างไร ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ
แผนแบบนี้จึงไม่เหมาะจะเอามาเป็นข้อสมมติเรื่องประหยัดเงิน วางไว้ในฐานะเรื่องที่ยังไม่มีคำตอบจะปลอดภัยกว่า
ร้านเดิม คุณไปทั้งสองทริป
ยอดรวมถูกอ่านต่อร้านเดียวกันในวันเดียวกัน และวันของสองทริปก็ไม่ใช่วันเดียวกันอยู่แล้ว การไปร้านเดิมสองครั้งจึงอ่านออกมาเป็นสองยอดที่แยกกัน ไม่ใช่ยอดเดียวที่ใหญ่ขึ้น
สิ่งที่แคชเชียร์เห็นในทริปที่สองก็คือการซื้อของวันนั้นเท่านั้น ใบเสร็จจากทริปก่อนไม่ได้ถูกเรียกกลับมาคิดรวมด้วย
ระหว่างสองทริปคุณเปลี่ยนพาสปอร์ตเล่มใหม่
การซื้อถูกบันทึกไว้กับเล่มที่ยื่นที่แคชเชียร์ในตอนนั้น การซื้อของทริปแรกจึงผูกอยู่กับเล่มเก่า ส่วนการซื้อของทริปที่สองผูกอยู่กับเล่มใหม่ที่คุณถือมา
หลังเปลี่ยนเล่มแล้วจะจับให้ตรงกับการซื้อของทริปก่อนได้อย่างไร ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ การพกทั้งสองเล่มติดตัวไว้จึงช่วยลดการเดาไปได้มาก
ตอนออกจากทริปแรก ใบเสร็จเพิ่งเดินไปได้ไม่กี่วัน
90 วันนับจากวันที่ซื้อ พอจบทริปแรกใบเสร็จส่วนใหญ่จึงยังเหลือทางอีกยาว วันที่เหลืออยู่ดูเหมือนเยอะ แต่มันไม่ใช่ที่ว่างที่ถูกกันไว้ให้ทริปหน้าใช้
วันที่จะได้ใช้จริงคือวันที่คุณยังอยู่ในญี่ปุ่นในทริปนั้น ไม่ใช่สัปดาห์ที่คุณกลับไปอยู่บ้านแล้ว
สองทริปห่างกันแค่เดือนเดียว
ต่อให้สองทริปชิดกันแค่ไหน มันก็ไม่ถูกอ่านรวมเป็นทริปเดียว วันของทริปแรกกับวันของทริปที่สองยังคงเริ่ม 90 วันของตัวเองแยกกัน
ข้อดีจริง ๆ ของการมาห่างกันไม่นานคือคุณจำได้ง่ายกว่าว่าทริปแรกซื้ออะไรไว้ที่ร้านไหน ไม่ใช่ว่าระบบให้ความสะดวกเพิ่มขึ้นมา
ทริปแรกยอดไม่ถึงขั้นต่ำ คุณเลยอยากเอาทริปที่สองมาเติม
เติมไม่ได้ ขั้นต่ำคือ 5,000 เยนก่อนภาษี อ่านต่อผู้ซื้อ ต่อร้าน ต่อวัน ใบเสร็จของสองทริปจึงไม่ถูกบวกเข้าด้วยกัน
ขอบเขตที่บวกกันได้คือร้านเดียวกันในวันเดียวกันภายในทริปเดียวกัน ไม่ใช่วันที่อยู่คนละฝั่งของการบินกลับบ้านหนึ่งรอบ
ขากลับของทริปแรกถูกเลื่อน ทำให้เหลือเวลาว่างระหว่างสองทริปไม่กี่สัปดาห์
การเลื่อนขากลับทำให้ช่องว่างระหว่างสองทริปสั้นลง ไม่ได้ทำให้กำหนดของใบเสร็จในทริปแรกยาวขึ้น ใบเสร็จเหล่านั้นยังเดิน 90 วันจากวันที่ซื้อของตัวเองเหมือนเดิม
พอช่องว่างสั้นลง คนก็ยิ่งอยากเก็บของไว้ให้ทริปหน้า แต่ระบบไม่ได้เปิดช่องเพิ่มให้เพราะเหตุนี้
วันของทริปที่สองยังไม่ถูกกำหนด แต่คุณซื้อไปแล้ว
การที่ยังไม่กำหนดวันไม่ได้กระทบจุดเริ่มของการซื้อครั้งนี้ มันเริ่มนับจากวันที่การซื้อเกิดขึ้นอยู่ดี สิ่งที่ถูกกระทบคือการตัดสินใจของคุณเอง เพราะเมื่อไม่รู้ว่าทริปหน้าจะเกิดเมื่อไร ยิ่งไม่ควรผลักเรื่องการนำของออกไปข้างหน้า
การซื้อทั้งที่วันยังไม่ถูกกำหนด จึงเท่ากับยอมรับไปแล้วว่าจะหิ้วมันกลับในทริปนี้
คุณมาญี่ปุ่นทุกเดือนเพราะงาน
จำนวนครั้งที่มาไม่เปลี่ยนจุดเริ่มของการซื้อใด ๆ มาหนึ่งครั้งก็คือใบเสร็จชุดใหม่กับวันชุดใหม่ การปิดจบแต่ละทริปให้เรียบร้อยในตัวมันเองจึงเบาแรงกว่าการพยายามจำว่าใบไหนเหลืออีกกี่วัน
นอกจากนี้ ผู้มีสิทธิ์ถูกกำหนดไว้ว่าเป็นนักเดินทางต่างชาติที่พำนักไม่ถึงหกเดือน ตัวเลขจำนวนครั้งจึงไม่ใช่เกณฑ์ ความยาวของการพำนักต่างหากที่เป็น
เพื่อนร่วมทางมาครั้งเดียว ส่วนคุณมาสองครั้ง
ญี่ปุ่นนับต่อพาสปอร์ตที่แคชเชียร์ แต่ละคนจึงถือใบเสร็จของตัวเองและวันของตัวเอง การที่คุณจะกลับมาอีกครั้งไม่ได้ทำให้การซื้อของอีกฝ่ายได้วันเพิ่ม
ต่อให้เดินเข้าร้านเดียวกันพร้อมกัน บิลก็ยังถูกแยกบันทึกไว้กับเล่มพาสปอร์ตของแต่ละคน
คุณฝากของที่ซื้อในทริปแรกไว้กับเพื่อนที่อยู่ในญี่ปุ่น
ข้อที่ระบุไว้คือของต้องถูกผู้ซื้อนำออกนอกญี่ปุ่นด้วยตัวเอง การคิดว่า "ไว้มารับคราวหน้า" จึงไม่ได้แก้โจทย์ข้อนี้ ส่วนช่วงที่เพื่อนเก็บของไว้ให้จะถูกมองอย่างไร ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ
แทนที่จะเดิมพันกับผลลัพธ์ที่ยังไม่มีคำตอบ ใส่มันลงกระเป๋าตัวเองตั้งแต่ทริปแรกจะจบกว่ามาก
ทริปที่สองคุณซื้อของชิ้นเดิมอีกครั้ง
ของชิ้นเดิมที่ซื้อสองครั้งคือการซื้อสองครั้งที่แยกจากกัน แต่ละครั้งเริ่มนับจากวันของตัวเอง ทั้งสองไม่ได้ถูกอ่านรวมเป็นครั้งเดียวเพราะหน้าตาเหมือนกัน
ในทางกลับกัน การซื้อในทริปที่สองก็ไม่ต้องพึ่งใบเสร็จของทริปแรกเพื่อให้ถึงขั้นต่ำเช่นกัน
ใบเสร็จของสองทริปปนกันจนแยกไม่ออก
สิ่งที่บอกว่าใบไหนคู่กับขาออกครั้งไหนคือวันที่พิมพ์อยู่บนใบเสร็จ ไม่ใช่ว่ามันถูกยัดไว้ชั้นไหนของกระเป๋า ใบที่วันที่เก่าที่สุดคือใบที่เหลือที่ว่างน้อยที่สุด
ก่อนออกเดินทาง การเรียงใบเสร็จตามวันสักรอบได้ผลกว่าการเรียงตามร้านหรือเรียงตามยอดเงิน
พอถึงทริปที่สอง ใบเสร็จใบแรกก็เลย 90 วันไปแล้ว
กำหนดของใบนั้นเริ่มเดินตั้งแต่ทริปแรก พอถึงทริปที่สองมันจึงเดินจนครบไปแล้ว ส่วนการจัดการหลังจากครบแล้วจะเป็นอย่างไร ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ
สิ่งที่พูดได้แน่มีอยู่ข้อเดียว คือทริปใหม่ไม่ได้เขียนวันเก่านั้นขึ้นมาใหม่
ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 เรื่องนี้ยังไม่ประกาศอะไรบ้าง?
ตั้งแต่การตรวจยืนยันตอนออกจนเงินกลับมาถึงมือใช้เวลากี่วัน ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ และนั่นเป็นนาฬิกาคนละเรือนกับ 90 วัน ซึ่งคนที่มาสองครั้งสับสนระหว่างสองเรื่องนี้ได้ง่ายที่สุด
เครื่องในแต่ละสนามบินถูกวางไว้ตรงจุดไหน ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ก็ยังไม่มีการประกาศเช่นกัน การเผื่อเวลาไว้ในขาออกครั้งที่พาของกลับจริงจึงปลอดภัยกว่า
ส่วนวิธีจัดการกับการซื้อในทริปหนึ่งแล้วออกในอีกทริปหนึ่ง ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ หากมีคำตอบออกมา มันจะปรากฏผ่านทางสมาคมร้านค้าปลอดภาษีแห่งประเทศญี่ปุ่น (ตรวจสอบเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026)
สรุปเรื่องสองทริปจึงพูดได้เท่านี้ คือแต่ละการซื้อเดิน 90 วันจากวันที่ซื้อของตัวเอง ส่วนการจัดการแบบข้ามทริป ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ
เรื่องสองทริป คนถามกันว่าอย่างไรบ้าง?
ออกจากญี่ปุ่นแล้วกลับเข้ามาใหม่ 90 วันเริ่มนับใหม่ไหม?
ไม่เริ่มใหม่ จุดเริ่มคือวันที่ซื้อบนใบเสร็จ การเข้าออกประเทศไม่มีส่วนในเรื่องนี้
ของที่ซื้อในทริปแรก ทำการตรวจยืนยันที่ขาออกของทริปที่สองได้ไหม?
เงื่อนไขที่ระบุไว้คือผู้ซื้อนำของออกภายใน 90 วันและผ่านการตรวจยืนยันตอนเดินทางออก ส่วนวิธีข้ามไปทริปถัดไป ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ
เอาการซื้อของสองทริปมาบวกกันให้ถึงขั้นต่ำได้ไหม?
ไม่ได้ ขั้นต่ำคือ 5,000 เยนก่อนภาษี ต่อผู้ซื้อ ต่อร้าน ต่อวัน
วันที่หนึ่งของ 90 วันคือวันไหน?
วันที่ซื้อ คือวันที่พิมพ์อยู่บนใบเสร็จ
ถ้ารู้อยู่แล้วว่าจะมาทริปที่สอง ควรซื้อในทริปไหน?
ซื้อในทริปที่คุณจะหิ้วของกลับบ้าน ข้อเดียวนี้ตัดคำถามเรื่องกำหนดเวลาออกไปได้เกือบหมด
ไปร้านเดิมทั้งสองทริป สองครั้งนับเป็นยอดเดียวกันไหม?
ไม่ ยอดถูกอ่านต่อร้านเดียวกันในวันเดียวกัน และวันของสองทริปไม่ใช่วันเดียวกัน
เปลี่ยนพาสปอร์ตระหว่างสองทริปแล้วจะเป็นอย่างไร?
แต่ละการซื้อผูกกับเล่มที่ยื่นที่แคชเชียร์ในตอนนั้น ส่วนการจับให้ตรงกับทริปก่อนหลังเปลี่ยนเล่ม ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ
ฝากของไว้ในญี่ปุ่นระหว่างสองทริปได้ไหม?
ข้อที่ระบุไว้คือผู้ซื้อนำของออกนอกญี่ปุ่นภายใน 90 วัน ส่วนการฝากไว้ตรงกลางจะถูกมองอย่างไร ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ
ของที่ไม่ได้ตรวจยืนยันในทริปแรก ตามเก็บในทริปที่สองได้ไหม?
ขั้นตอนตามเก็บย้อนหลัง ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ สิ่งที่ระบุไว้มีเพียงการตรวจยืนยันตอนเดินทางออก
เที่ยวบินล่าช้าแล้ว 90 วันเลื่อนตามไหม?
ไม่เลื่อน ไม่ว่าเที่ยวบินจะขยับอย่างไร การนับก็เดินจากวันที่ซื้อ
คนที่มาญี่ปุ่นปีละหลายครั้งเข้าข่ายไหม?
ผู้มีสิทธิ์ถูกกำหนดว่าเป็นนักเดินทางต่างชาติที่พำนักไม่ถึงหกเดือน จำนวนครั้งไม่เปลี่ยนกำหนดของการซื้อแต่ละครั้ง
การซื้อหนึ่งครั้งได้คืนเท่าไหร่?
หนึ่งในสิบเอ็ดของราคารวมภาษีของการซื้อครั้งนั้น
ในใบเสร็จสองใบ ใบไหนหมดอายุก่อน?
ใบที่วันที่ซื้อเก่ากว่า ตอนจัดใบเสร็จให้เรียงตามวัน ไม่ใช่เรียงตามยอดเงิน
90 วันนับเป็นวันตามปฏิทินไหม?
กฎที่ประกาศระบุว่า 90 วันนับจากวันที่ซื้อ ส่วนวิธีนับวัน ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ยังไม่มีการประกาศ
แหล่งข้อมูล
แหล่งข้อมูลต้นทางเท่านั้น แต่ละแหล่งมีวันที่เราตรวจสอบ
- สำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่นตรวจสอบเมื่อ ตรวจสอบเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026
- กรมศุลกากรญี่ปุ่นตรวจสอบเมื่อ ตรวจสอบเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026
- สมาคมร้านค้าปลอดภาษีแห่งประเทศญี่ปุ่นตรวจสอบเมื่อ ตรวจสอบเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026